เทคนิคเขียนบทหนัง

ทำเรื่องย่อให้เป็นเรื่องที่ไม่ยาก: แนวทางเล่าย่อฉบับมือใหม่ฝึกเขียน
เคยมีปัญหาเวลาเล่าย่อไหมค่ะ? ฉันมีจ้ะ.

นอกเหนือจากการที่จะเล่าย่อของงานที่ตนเองเขียนอยู่มิได้แล้ว ยิ่งเวลาจำเป็นต้องมาเขียนเรื่องย่อเพื่อเกริ่นนำหนังสือของตนเอง ยิ่งไปต่อไม่ยิ่งใหญ่เลย ถ้าเกิดคุณเคยรำคาญจากเหตุการณ์ทำนองนี้ พวกเราเป็นสหายกันจ้ะ 🙂

แบบอย่างบทสำหรับพูด
A: อ้อ แต่งหนังสืออยู่หรอขา
ฉัน: ใช่จ้ะ
A: เขียนเรื่องเกี่ยวกับอะไรล่ะค่ะ
ฉัน: …

ที่พวกเรานิ่งไปเนียะ เพราะว่า:
1. ตอบมิได้ ตอบมิได้ตั้งใจจริงว่าไอ้เรื่องที่เขียนอยู่มันเกิดเรื่องอะไรอย่างไร ไม่เคยรู้จะเริ่มเล่าจากที่ไหนด้วย
2.เพียงแค่ให้บอกแนวเรื่องยังตอบมิได้เลยว่า เจ้าหัวข้อนี้มันตกอยู่ใน genre ไหนหรอ?
3. อารมณ์เสียกับปริศนา – รำคาญด้วยเหตุว่าทราบดีว่าเขาถามเพียงแค่เป็นมารยาท ไม่ต้องการทราบขนาดนั้นหรอก และก็อารมณ์เสียตนเองด้วยที่เพราะเหตุไรเท่านี้ก็ตอบมิได้นะ

จะกล่าวว่าตนเองเป็นคนตอบปัญหาไม่เก่ง หรือจะเรียกว่าขาดมนุษยสัมพันธ์ดีล่ะ แม้กระนั้นบ่อยที่พอเพียงมีคนแก่ถามคำถามว่าพวกเรากำลังเขียนเรื่องอะไรอยู่ พวกเรากลับไม่ต้องการตอบ ยิ่งถ้าหากรู้ดีว่า คนถามไม่ใช่คนรักการอ่านเสียด้วยซ้ำ มาถามพวกเราก็เพราะว่าบทพูดมันสะดุด ดูซีรี่ย์  เลยต้องหาหัวข้อมาคุยเพียงเท่านั้น ด้วยเหตุว่าไม่มีผู้ใดอื่นอยู่นั่น พวกเราเลยเป็นผู้ที่เขาจะต้องคุยด้วย พวกเราก็ยิ่งไม่ได้อยากต้องการตอบเข้าไปใหญ่

พวกเราไม่ทราบสึกว่า “การสรุปเรื่อง” เกิดเรื่องยากเลยจนกระทั่งอายุปูนนี้ …นี่ฉันสอบได้วิชาภาษาไทยยุคประถมกับม.ต้นมาได้อย่างไรกัน? การสรุปเรื่องไม่สมควรควรจะเป็นเรื่องยากขนาดนั้นสิ นี่พวกเราดูอะไรบกพร่องไปรึเปล่า?

ในเมื่อหาทางออกให้ตนเองมิได้ ฉันเลยไปมองคลิปของ Jenna Moreci  ดูซีรี่ย์ออนไลน์ เกี่ยวกับการเขียนเรื่องย่อมาจ้ะ พอเพียงฟังแล้ว ฉันก็ศึกษาและทำการค้นพบว่าฉันมิได้เป็นมนุษย์แปลกประหลาดจอมกราดเกรี้ยวตัวเดียวในโลกที่ศีรษะเสียเวล่ำเวลาคนมาถามคำถามว่า “แต่งหนังสืออยู่หรอ? เขียนเกี่ยวกับอะไรล่ะ?”

ทำเรื่องย่อให้เป็นเรื่องที่ไม่ยาก: แนวทางเล่าย่อฉบับมือใหม่ฝึกเขียน
เคยมีปัญหาเวลาเล่าย่อไหมค่ะ? ฉันมีจ้ะ.
นอกเหนือจากการที่จะเล่าย่อของงานที่ตนเองเขียนอยู่มิได้แล้ว ยิ่งเวลาจำเป็นต้องมาเขียนเรื่องย่อเพื่อเกริ่นนำหนังสือของตนเอง ยิ่งไปต่อไม่ยิ่งใหญ่เลย ถ้าเกิดคุณเคยรำคาญจากเหตุการณ์ทำนองนี้ พวกเราเป็นสหายกันจ้ะ 🙂

แบบอย่างบทสำหรับพูด
A: อ้อ แต่งหนังสืออยู่หรอขา
ฉัน: ใช่จ้ะ
A: เขียนเรื่องเกี่ยวกับอะไรล่ะค่ะ
ฉัน: …

ที่พวกเรานิ่งไปเนียะ เพราะว่า:
1. ตอบมิได้ ตอบมิได้ตั้งใจจริงว่าไอ้เรื่องที่เขียนอยู่มันเกิดเรื่องอะไรอย่างไร ไม่เคยรู้จะเริ่มเล่าจากที่ไหนด้วย
2.เพียงแค่ให้บอกแนวเรื่องยังตอบมิได้เลยว่า เจ้าหัวข้อนี้มันตกอยู่ใน genre ไหนหรอ?
3. อารมณ์เสียกับปริศนา – รำคาญด้วยเหตุว่าทราบดีว่าเขาถามเพียงแค่เป็นมารยาท ไม่ต้องการทราบขนาดนั้นหรอก และก็อารมณ์เสียตนเองด้วยที่เพราะเหตุไรเท่านี้ก็ตอบมิได้นะ

จะกล่าวว่าตนเองเป็นคนตอบปัญหาไม่เก่ง หรือจะเรียกว่าขาดมนุษยสัมพันธ์ดีล่ะ แม้กระนั้นบ่อยที่พอเพียงมีคนแก่ถามคำถามว่าพวกเรากำลังเขียนเรื่องอะไรอยู่  เว็บดูซีรี่ย์ พวกเรากลับไม่ต้องการตอบ ยิ่งถ้าหากรู้ดีว่า คนถามไม่ใช่คนรักการอ่านเสียด้วยซ้ำ มาถามพวกเราก็เพราะว่าบทพูดมันสะดุด เลยต้องหาหัวข้อมาคุยเพียงเท่านั้น ด้วยเหตุว่าไม่มีผู้ใดอื่นอยู่นั่น พวกเราเลยเป็นผู้ที่เขาจะต้องคุยด้วย พวกเราก็ยิ่งไม่ได้อยากต้องการตอบเข้าไปใหญ่

พวกเราไม่ทราบสึกว่า “การสรุปเรื่อง” เกิดเรื่องยากเลยจนกระทั่งอายุปูนนี้ …นี่ฉันสอบได้วิชาภาษาไทยยุคประถมกับม.ต้นมาได้อย่างไรกัน? การสรุปเรื่องไม่สมควรควรจะเป็นเรื่องยากขนาดนั้นสิ นี่พวกเราดูอะไรบกพร่องไปรึเปล่า?

ในเมื่อหาทางออกให้ตนเองมิได้ ฉันเลยไปมองคลิปของ Jenna Moreci เกี่ยวกับการเขียนเรื่องย่อมาจ้ะ พอเพียงฟังแล้ว ฉันก็ศึกษาและทำการค้นพบว่าฉันมิได้เป็นมนุษย์แปลกประหลาดจอมกราดเกรี้ยวตัวเดียวในโลกที่ศีรษะเสียเวล่ำเวลาคนมาถามคำถามว่า “แต่งหนังสืออยู่หรอ? เขียนเกี่ยวกับอะไรล่ะ?”

Jenna แบ่งเรื่องย่อไว้เป็น 3 ชนิดหมายถึงsummary, synopsis รวมทั้ง casual summary
ขอใช้เป็นภาษาอังกฤษ เพราะเหตุว่าพวกเราใช้คำภาษาไทยไม่เชี่ยวชาญ เพียงแค่คำว่า “เกริ่น / เรื่องย่อ / สรุปเรื่อง” เท่านี้พวกเราก็ใช้ผิดแล้วจ้ะ ส่วนคำว่า summary กับ synopsis หลายที่ใช้สลับกันไปๆมาๆ ตกลงว่าอันนี้พวกเราสรุปตามความรู้ความเข้าใจของพวกเรานะคะ

1.Summary
Summary เป็นการเล่าแบบเกริ่น เอาให้มองเห็นฉาก มองเห็นโลก มองเห็นโทนในเรื่อง เล่าว่าตัวสำคัญอะไรเพราะเหตุใด จำต้องไปทำอะไร ไม่เช่นนั้นเค้าจะสูญเสียอะไร

เอาง่ายๆเป็น เรื่องย่อแบบ summary จะไม่สปอยด์จ้ะ เอาเพียงแค่ยั่วให้นักอ่านใคร่รู้ ต้องการติดตามไปอ่านต่อ

มันเป็นโปรยปรายปกด้านหลังหนังสือ
มันเป็น trailer หนัง
มันเป็นคำโปรยปรายของงานด้านการเขียนชิ้นนึง ยกตัวอย่างเช่น ใน storylog หรือ fictionlog เวลาจะสร้างภาพยนตร์สือเล่มไหม ก็จะต้องใส่ใจความชี้แนะหนังสือ โปรยปรายให้คนต้องการอ่านสั้นๆสัก 1 ย่อหน้า ที่จะทำให้นักอ่านตกลงใจว่าต้องการอ่านต่อ หรือเลิกพอใจแล้วกดปิดหน้าต่างประเด็นนั้นซะ

Summary เป็นการย่อเรื่องที่ออกจะทางการ อย่างที่พูดว่า ถ้าเกิดพวกเราโพสต์เรื่องออนไลน์ ในที่สุดมันก็จะต้องเขียนเรื่องย่อโปรยปรายไว้ให้น่าอ่านอยู่ดี ทดลองเข้าเว็บไซต์ขายหนังสือออนไลน์ แล้วจิ้มมองเล่มที่มีความคิดว่าเขาเขียนโปรยปรายดีๆมองสิขา หรือทดลองแวะร้านจำหน่ายหนังสือ กลับอ่านปกด้านหลังมองสิ
ขอใช้เป็นภาษาอังกฤษ เพราะเหตุว่าพวกเราใช้คำภาษาไทยไม่เชี่ยวชาญ เพียงแค่คำว่า “เกริ่น / เรื่องย่อ / สรุปเรื่อง” เท่านี้พวกเราก็ใช้ผิดแล้วจ้ะ ส่วนคำว่า summary กับ synopsis หลายที่ใช้สลับกันไปๆมาๆ ตกลงว่าอันนี้พวกเราสรุปตามความรู้ความเข้าใจของพวกเรานะคะ

1.Summary
Summary เป็นการเล่าแบบเกริ่น เอาให้มองเห็นฉาก มองเห็นโลก มองเห็นโทนในเรื่อง เล่าว่าตัวสำคัญอะไรเพราะเหตุใด จำต้องไปทำอะไร ไม่เช่นนั้นเค้าจะสูญเสียอะไร

เอาง่ายๆเป็น เรื่องย่อแบบ summary จะไม่สปอยด์จ้ะ เอาเพียงแค่ยั่วให้นักอ่านใคร่รู้ ต้องการติดตามไปอ่านต่อ

มันเป็นโปรยปรายปกด้านหลังหนังสือ
มันเป็น trailer หนัง
มันเป็นคำโปรยปรายของงานด้านการเขียนชิ้นนึง ยกตัวอย่างเช่น ใน storylog หรือ fictionlog เวลาจะสร้างภาพยนตร์สือเล่มไหม ก็จะต้องใส่ใจความชี้แนะหนังสือ โปรยปรายให้คนต้องการอ่านสั้นๆสัก 1 ย่อหน้า ที่จะทำให้นักอ่านตกลงใจว่าต้องการอ่านต่อ หรือเลิกพอใจแล้วกดปิดหน้าต่างประเด็นนั้นซะ

Summary เป็นการย่อเรื่องที่ออกจะทางการ อย่างที่พูดว่า ถ้าเกิดพวกเราโพสต์เรื่องออนไลน์ ในที่สุดมันก็จะต้องเขียนเรื่องย่อโปรยปรายไว้ให้น่าอ่านอยู่ดี ทดลองเข้าเว็บไซต์ขายหนังสือออนไลน์ แล้วจิ้มมองเล่มที่มีความคิดว่าเขาเขียนโปรยปรายดีๆมองสิขา หรือทดลองแวะร้านจำหน่ายหนังสือ กลับอ่านปกด้านหลังมองสิ